Health PlusGlobal Laboratory
กลับไปข้อมูลสุขภาพ
2026-07-25

Health Risk Advance: ตรวจยีนประเมินความเสี่ยง 45 โรคร้ายแรง

โปรแกรมตรวจยีนวิเคราะห์ความเสี่ยง 45 โรคร้ายแรง รวมมะเร็ง 14 ชนิด ครอบคลุม 8 ระบบของร่างกาย บทความนี้อธิบายว่าผลตรวจนำไปใช้จริงอย่างไร พร้อมแบบประเมินว่าคุณควรตรวจไหม

โดย Health Plus Global Laboratory

Health Risk Advance: ตรวจยีนประเมินความเสี่ยง 45 โรคร้ายแรง
การตรวจสุขภาพประจำปีแบบทั่วไปมีข้อจำกัดอย่างหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือทุกคนได้รายการตรวจเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะมีพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ หรือทั้งบ้านไม่เคยมีใครเป็นอะไรเลย Health Risk Advance (HRA) เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้ — เป็นโปรแกรมตรวจยีนวิเคราะห์ความเสี่ยง 45 โรคร้ายแรง โดยรวมมะเร็ง 14 ชนิดไว้ด้วย
HRA ครอบคลุม 8 กลุ่มยีนก่อโรค ตั้งแต่ระบบประสาทถึงระบบเมตาบอลิซึม
ภาพที่ 1 · HRA ครอบคลุม 8 กลุ่มยีนก่อโรค ตั้งแต่ระบบประสาทถึงระบบเมตาบอลิซึม
ครอบคลุม 8 กลุ่มระบบของร่างกาย 1. ยีนก่อโรคมะเร็ง 2. ยีนก่อโรคระบบประสาท 3. ยีนก่อโรคทางเดินหายใจ 4. ยีนก่อโรคตา 5. ยีนก่อโรคหลอดเลือดหัวใจ 6. ยีนก่อโรคระบบทางเดินอาหาร 7. ยีนก่อโรคกล้ามเนื้อและกระดูก 8. ยีนก่อโรคเกี่ยวกับระบบเมตาบอลิซึม จะเห็นว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่มะเร็ง แต่ครอบคลุมระบบที่มักเสื่อมตามอายุด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ถ้ารู้ล่วงหน้าจะจัดการได้ง่ายกว่ามาก HRA อยู่ตรงไหนในชุดตรวจ Genomic Health
Genomic Health ทั้ง 3 บริการ: Wellbeing Genechecks, HRA และ Vitamin & Mineral
ภาพที่ 2 · Genomic Health ทั้ง 3 บริการ: Wellbeing Genechecks, HRA และ Vitamin & Mineral
Genomic Health มี 3 บริการที่ตอบคำถามต่างกัน Wellbeing Genechecks — ตรวจยีนสุขภาพ 700+ ตำแหน่ง เน้นการใช้ชีวิต อาหาร การออกกำลังกาย การนอน Health Risk Advanced (HRA) — ประเมินความเสี่ยง 45 โรค เน้นโรคร้ายแรงและการวางแผนตรวจคัดกรอง Vitamin & Mineral — วัดว่าควรเสริมวิตามินตัวไหนตามยีน ถ้าเปรียบเป็นคำถาม Wellbeing ตอบว่า "ฉันควรใช้ชีวิตยังไง" ส่วน HRA ตอบว่า "ฉันควรเฝ้าระวังโรคอะไรเป็นพิเศษ" เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการรู้ความเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อป้องกันได้ตรงจุด โดยเฉพาะ · ผู้ที่มีประวัติโรคในครอบครัว โดยเฉพาะโรคที่เกิดตั้งแต่อายุน้อย · ผู้ที่อยากออกแบบการตรวจสุขภาพประจำปีให้ตรงกับความเสี่ยงตัวเอง แทนการตรวจแบบเหมารวม · ผู้ที่เริ่มเข้าวัย 40+ ซึ่งเป็นช่วงที่ความเสี่ยงหลายอย่างเริ่มขยับ ใช้ผลอย่างไรให้คุ้มที่สุด — 3 เรื่อง เรื่องที่ 1: รายการตรวจที่ควรเพิ่ม ถ้าพบความเสี่ยงกลุ่มทางเดินอาหารสูง การเพิ่มการส่องกล้องหรือคัดกรองมะเร็งกระเพาะเข้าไปในแผนย่อมสมเหตุสมผลกว่าการตรวจตามแพ็กเกจมาตรฐานอย่างเดียว เรื่องที่ 2: ความถี่ในการติดตาม ไม่ใช่ทุกระบบต้องตรวจทุกปี ระบบที่ความเสี่ยงต่ำอาจตรวจทุก 3 ปีก็พอ ขณะที่ระบบความเสี่ยงสูงควรตรวจถี่กว่า การจัดสรรแบบนี้ทำให้งบประมาณและเวลาไปลงในจุดที่คุ้มค่าที่สุด เรื่องที่ 3: ลำดับการปรับพฤติกรรม เราเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันไม่ได้ ถ้าผลชี้ว่าความเสี่ยงกลุ่มเมตาบอลิซึมสูง การคุมน้ำหนักและน้ำตาลย่อมสำคัญกว่าเรื่องอื่นในช่วงแรก แล้วค่อยขยับไปเรื่องถัดไป สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนตรวจ ผลตรวจ HRA เป็นการประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าเป็นโรค ความเสี่ยงสูงไม่ได้แปลว่าจะเป็น และความเสี่ยงต่ำก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ที่สำคัญคือ ควรอ่านผลร่วมกับแพทย์เสมอ เพราะความเสี่ยงทางพันธุกรรมต้องตีความร่วมกับอายุ เพศ ประวัติครอบครัว และผลตรวจอื่น จึงจะแปลงเป็นแผนการดูแลที่ใช้ได้จริง — — — หมายเหตุ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป การตรวจคัดกรองเป็นการ "ประเมินความเสี่ยง" ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลตรวจต้องอ่านร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และการตรวจอื่นโดยแพทย์เสมอ

คุณควรตรวจ HRA ไหม

5 ข้อ ดูว่าการตรวจความเสี่ยงเชิงลึกคุ้มค่ากับคุณแค่ไหน

1.มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงไหม

2.มีญาติที่ป่วยตั้งแต่อายุน้อยกว่า 50 ไหม

3.อายุของคุณ

4.คุณตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอไหม

5.คุณอยากรู้ว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเป็นพิเศษไหม

ตอบแล้ว 0/5 ข้อ

ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ