2026-07-25
ตรวจ HPV DNA 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูง — เก็บตัวอย่างเองได้ ไม่ต้องตรวจภายใน
มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของหญิงไทย แต่เป็นมะเร็งไม่กี่ชนิดที่ป้องกันได้จริง บทความนี้อธิบายว่าทำไมการรู้ "สายพันธุ์" ถึงสำคัญ พร้อมแบบประเมิน
โดย Health Plus Global Laboratory

มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของหญิงไทย
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้ต่างจากมะเร็งอื่น — เรารู้สาเหตุชัดเจน และมีระยะก่อนเป็นมะเร็งที่ยาวนานพอให้ตรวจเจอและรักษาให้หายได้
สาเหตุนั้นคือการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่คงอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

สถานการณ์ในประเทศไทย
ในประเทศไทยพบการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 มากที่สุดที่ 24.3% รองลงมาคือสายพันธุ์ 52 ที่ 17.5% และสายพันธุ์ 58 ที่ 9.4% ซึ่งทั้งหมดมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกได้
ตรวจอะไรบ้าง
ตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงครบ 14 สายพันธุ์ ได้แก่ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 66 และ 68 ด้วยเทคนิค Multiplex Real-time PCR พร้อมรายงานระบุทุกสายพันธุ์ที่พบ และค่า Ct Value เพื่อประเมินความเสี่ยงและติดตามผลได้อย่างแม่นยำ
ทำไมการรู้ "สายพันธุ์" ถึงสำคัญกว่าแค่รู้ว่า "ติดหรือไม่ติด"
การตรวจแบบเดิมมักบอกแค่ว่าพบเชื้อหรือไม่ แต่การรู้สายพันธุ์ให้ข้อมูลที่นำไปใช้ต่างกันมาก
ระบุทุกสายพันธุ์ — รายงานผลแยกสายพันธุ์ทั้ง 14 ชนิด ช่วยประเมินความเสี่ยงได้ละเอียดกว่า เพราะแต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงต่างกัน สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นกลุ่มที่ก่อมะเร็งได้บ่อยที่สุด
รายงานค่า Ct Value — แสดงปริมาณไวรัสของแต่ละสายพันธุ์ ใช้ประเมินความรุนแรงและติดตามผล พูดง่าย ๆ คือบอกได้ว่า "มีมากแค่ไหน" ไม่ใช่แค่ "มีหรือไม่มี"
ตรวจพบการติดเชื้อหลายสายพันธุ์ (Co-infection) — บอกได้ว่ามีการติดเชื้อมากกว่า 1 สายพันธุ์หรือไม่ ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
ใช้ติดตามผลหลังการรักษา — ประเมินได้ว่าเชื้อถูกกำจัดแล้ว (Clearance) หรือยังติดเชื้อซ้ำ (Persistence) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญมากในการตัดสินใจขั้นถัดไป
ใช้ข้อมูลสายพันธุ์เลือกวัคซีนที่เหมาะสม — ข้อมูลสายพันธุ์ HPV ช่วยในการเลือกวัคซีนป้องกันที่เหมาะสม
Multiplex RT-PCR — เทคโนโลยี Molecular Diagnostics ให้ความไวและความแม่นยำสูง
เหมาะสำหรับใคร
· ผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไป
· ผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้ว
· ผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงป้องกัน
· ผู้ที่ไม่สะดวกตรวจภายใน
· ผู้ที่เคยติดเชื้อ HPV และต้องการติดตามผล
จุดที่เปลี่ยนเกมจริง ๆ คือการเก็บตัวอย่างเอง
การตรวจนี้เก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้ ง่าย สะดวก เป็นส่วนตัว ไม่ต้องตรวจภายใน
ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเหตุผลที่ผู้หญิงจำนวนมากเลื่อนการตรวจคัดกรองออกไปปีแล้วปีเล่า มักไม่ใช่เรื่องราคาหรือเวลา แต่เป็นความอาย ความไม่สะดวก และความกังวลเรื่องการตรวจภายใน การตัดอุปสรรคนี้ออกไปจึงเพิ่มโอกาสที่คนจะได้ตรวจจริง
เรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อย
"ตรวจเจอ HPV = เป็นมะเร็ง" — ไม่ใช่
การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ร่างกายกำจัดได้เองภายใน 1–2 ปีโดยไม่ต้องทำอะไร สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือการติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ "คงอยู่ต่อเนื่อง" เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค่า Ct Value และการติดตามผลซ้ำจึงมีความหมาย
การตรวจคัดกรองเป็นประจำช่วยตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนมะเร็ง ซึ่งเป็นระยะที่รักษาให้หายได้
อ้างอิงตามที่ระบุในเอกสารต้นฉบับ
(1) Global Cancer Observatory, 2020 · (2) WHO/ICO Information Centre on HPV and Cervical Cancer (ข้อมูลอัปเดต 12 มิ.ย. 2019) · (3) สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2020 · (4) Latsuzbaia et al., Cancer Epidemiology, 2019 · (5) Mario Poljak, EUROGIN Spain 2023
— — —
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป การตรวจคัดกรองเป็นการ "ประเมินความเสี่ยง" ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลตรวจต้องอ่านร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และการตรวจอื่นโดยแพทย์เสมอ
คุณควรตรวจ HPV แล้วหรือยัง
5 ข้อ สำหรับผู้หญิงที่อยากรู้ว่าควรเริ่มตรวจคัดกรองหรือยัง
1.อายุของคุณ
2.เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วหรือไม่
3.ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครั้งล่าสุดเมื่อไร
4.เคยตรวจพบเชื้อ HPV มาก่อนไหม
5.เหตุผลที่ยังไม่ได้ตรวจ
ตอบแล้ว 0/5 ข้อ
ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ